ผู้บริหาร

นายสชาต เดชพทกษ

  • 03.jpg
  • 04.jpg

สถานการณนำ

ปฏิทิน

S M T W T F S
1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31

ผู้ใช้งานทั้งหมด

736669
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
572
810
1382
729475
14570
35322
736669

Your IP: 54.84.236.168
2018-12-17 17:52

ระเบียบยานพาหนะ

ระเบียบกรมชลประทานว่าด้วยยานพาหนะ พ . ศ .2547

                           โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกรมชลประทานว่าด้วยยานพาหนะ   พ . ศ .25 44   ให้เหมาะสมต่อการบริหารราชการของกรมชลประทาน   ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง   ทบวง   กรม   พ.ศ.2545 และให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ   พ . ศ .2523  ถึงปี   พ . ศ .2545  รวม   6  ฉบับ   ตลอดจนให้สอดคล้องกับกฎหมาย   มติคณะรัฐมนตรีและระเบียบอื่นที่เกี่ยวกับยานพาหนะของราชการ

                        จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

                        ข้อ   1.  ระเบียบนี้เรียกว่า   “ ระเบียบกรมชลประทานว่าด้วยยานพาหนะ   พ . ศ .  2547”

                        ข้อ   2.   ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศใช้เป็นต้นไป

                        ข้อ   3.  ให้ยกเลิก

                                    ระเบียบกรมชลประทานว่าด้วยยานพาหนะ   พ . ศ .  2544

                                    คำสั่งกรมชลประทาน   ที่   32/25 45   ลงวันที่   20 สิงหาคม   พ.ศ.2545  

                              บรรดาระเบียบ   ข้อบังคับหรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือ       ซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดแห่งระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน แทน

                                ข้อ   4.  ระเบียบนี้ใช้สำหรับยานพาหนะของกรมชลประทาน

                                                ให้ทุกสำนัก   กอง   ส่วน   ศูนย์   โครงการ   ฝ่าย   กลุ่มงาน   งาน   หน่วยงานอิสระหรือหน่วยงานเฉพาะกิจของกรมชลประทาน   ซึ่งมียานพาหนะในครอบครองปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด

                                ข้อ   5.   ให้สำนักเครื่องจักรกล   เป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ กับให้มีหน้าที่ตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้รวมทั้งออกข้อกำหนดเพื่อให้เกิดความสะดวก   รัดกุมและเหมาะสมต่อการปฏิบัติ

                                ข้อ   6.  ผู้ใดกระทำการโดยจงใจ   หรือประมาทเลินเล่อ   ไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้หรือกระทำการโดยมีเจตนาไม่สุจริต   หรือปราศจากอำนาจถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย

หมวด   1

บททั่วไป

                                ข้อ   7.  ในระเบียบนี้

                                                “ ยานพาหนะ ”  หมายความว่า   รถ – เรือ   โดยสารและขนส่งทุกประเภท   รถบรรทุกติดปั่นจั่น   รถบรรทุกยกเทขนาดของรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน   21  เมตริกตัน   และยวดยานอื่น ๆ   ทุกชนิดของ    กรมชลประทาน

                                                “ หน่วยงานควบคุม ”  หมายความว่า   สำนักเครื่องจักรกล

                                                “ หน่วยงานเจ้าสังกัด ”  หมายความว่า   สำนัก   กองหรือหน่วยงานเทียบเท่าสำนัก   กองที่ได้รับยานพาหนะไปอยู่ในความรับผิดชอบ

                                                “ หน่วยงาน ”  หมายความว่า   สำนัก   กอง   หน่วยงานเทียบเท่าสำนัก   กอง   ส่วน   ศูนย์   โครงการ   ฝ่าย   กลุ่มงาน   งาน   หน่วยงานเฉพาะกิจตามคำสั่งกรมชลประทานหรือหน่วยงานอิสระตามการแบ่งส่วนราชการของกอง   ที่ได้รับยานพาหนะไปใช้งาน

                                                “ หน่วยงานนอกกรมชลประทาน ”  หมายความว่า   ส่วนราชการอื่นหรือบริษัทที่ปรึกษาเงินกู้และเงินช่วยเหลือต่าง ๆ ของกรมชลประทาน

                                                “ ปลัดกระทรวง ”  หมายความว่า   ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

                                                “ อธิบดี ”  หมายความว่า   อธิบดีกรมชลประทาน

                                                “ ผู้อำนวยการสำนัก   ผู้อำนวยการกอง ”  หมายความรวมถึง   ผู้อำนวยการหน่วยงานเทียบเท่าสำนัก   ผู้อำนวยการหน่วยงานเทียบเท่ากองตามการแบ่งส่วนราชการของกรมชลประทาน

                                                “ หัวหน้าหน่วยงานด้านช่างกล ”  หมายความว่า   ผู้อำนวยการส่วน   ผู้อำนวยการศูนย์   หัวหน้าฝ่าย   หัวหน้ากลุ่มงาน   หัวหน้างาน   ที่ปฏิบัติงานด้านช่างกล   ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ   7

                                                “ ข้าราชการ ”  หมายความว่า   ข้าราชการพลเรือนและให้หมายความรวมถึงลูกจ้างประจำของกรมชลประทาน

                                                “ พนักงานขับรถยนต์ ”  หมายความว่า   ลูกจ้างประจำหรือชั่วคราว   ซึ่งจ้างไว้ในตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ของกรมชลประทาน

                                                “ นายท้ายเรือ ”  หมายความรวมทั้งนายท้ายเรือและผู้มีหน้าที่ขับเคลื่อนเรือ   ซึ่งจ้างเป็นลูกจ้างประจำหรือชั่วคราวในตำแหน่งนั้น ๆ   ของกรมชลประทาน

                                                “ รถประจำตำแหน่ง ”  หมายความว่า   รถยนต์ที่ทางราชการ   จัดให้แก่ข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีหรือมติคณะรัฐมนตรี

                                                “ ยานพาหนะส่วนกลางประจำกรม ”  หมายความว่า   ยานพาหนะที่จัดไว้เพื่อใช้ในกิจการทั่วไปอันเป็นส่วนรวมของกรมชลประทานที่สามเสนหรือปากเกร็ด

                                                “ ยานพาหนพส่วนกลางหน่วยงาน ”  หมายความว่า   ยานพาหนะที่จัดไว้เพื่อกิจการอันเป็นส่วนรวมของ   “ หน่วยงาน ”

                                                “ ยานพาหนะส่วนตัว ”  หมายความว่า   ยานพาหนะส่วนบุคคล   ซึ่งมิใช่ของทางราชการ   ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เดินทางหรือไม่ก็ตาม

                                                “ ยานพาหนะเอกชน ”  หมายความว่า   ยานพาหนะของบริษัทที่ปรึกษาตามสัญญาจ้างที่ปรึกษาหรือผู้รับจ้างตามสัญญา   ซึ่งจัดไว้ให้ใช้ปฏิบัติงานเพื่อกิจการของหน่วยงานตามภาระผูกพันของสัญญา

                                                “ ยานพาหนะเช่า ”  หมายความว่า   ยานพาหนะของเอกชนที่กรมชลประทานเช่าไว้ให้ข้าราชการใช้ปฏิบัติงาน

                                                “ จดทะเบียนยานพาหนะ ”    หมายความว่า   การนำยานพาหนะไปจดทะเบียนกับส่วนราชการของรัฐตามกฎหมาย

                                                “ เสียภาษีรถยนต์ประจำปี ”  หมายความว่า   การดำเนินการเสียภาษีประจำปียานพาหนะกับส่วนราชการของรัฐตามกฎหมาย

                                                “ ขอรับใบอนุญาตใช้เรือ ”   หมายความว่า   การดำเนินการขอรับอนุญาตใช้เรือใหม่

                                                “ ต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือ ”   หมายความว่า   การดำเนินการขอต่อใบอนุญาตใช้เรือ

หมวด   2

การจัดสรร

                ข้อ   8.   ให้หน่วยงานควบคุมจัดรถประจำตำแหน่งให้ผู้ดำรงตำแหน่งโดยได้รับอนุมัติจากอธิบดี   และให้ผู้ดำรงตำแหน่งถือปฏิบัติตามระเบียบนี้   และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี   หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

               ข้อ   9. หน่วยงานใดมีความจำเป็นต้องมียานพาหนะไว้ปฏิบัติราชการตามภาระหน้าที่   ให้หน่วยงานเจ้าสังกัดส่งคำขอยานพาหนะส่วนกลางประจำกรมต่อหน่วยงานควบคุม   หากไม่มีก็ให้หน่วยงานนั้น ๆ   ขอตั้งไว้ในงบประมาณแผ่นดินหรือเงินกู้หรือเงินนอกงบประมาณ   โดยให้หน่วยงานควบคุมเป็นผู้กำหนด   ชนิด   ประเภท   ขนาดและราคา   ให้เป็นไปตามบัญชีราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณกำหนดไว้   ( ถ้ามี)

                ข้อ 10.   ให้หน่วยงานควบคุมเสนออธิบดีเพื่ออนุมัติยานพาหนะส่วนกลางประจำกรมเป็นยานพาหนะส่วนกลางหน่วยงาน

                ข้อ 11. ห้ามหน่วยงานจัดสรรยานพาหนะส่วนกลางหน่วยงาน   ให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดไว้ใช้ในลักษณะประจำตัวบุคคล

                ข้อ 12.   ให้หน่วยงานเจ้าสังกัดเป็นผู้รับผิดชอบยานพาหนะส่วนกลางหน่วยงานหรือยานพาหนะส่วนกลางประจำกรมที่อยู่ในความรับผิดชอบโดยกวดขันให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติตามระเบียบนี้

หมวด   3

ข้อกำหนดยานพาหนะ

                ข้อ 13.    ยานพาหนะทางบกทุกคันหรือทุกเลขหมาย   ให้มีตราเครื่องหมายกรมชลประทานในวงกลมเส้นผ้าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า   18   เซนติเมตร   และอักษร   “ ชป. ”  พร้อมเลขหมายประจำยานพาหนะขนาดสูงไม่น้อยกว่า   7.5   เซนติเมตร   ไว้ด้านข้างนอกยานพาหนะทั้งสองข้าง

                                รถจักรยานยนต์และยานพาหนะที่มีเนื้อที่ด้านข้างน้อย   ให้ลดขนาดดังกล่าวลงตามส่วน

                                รถบรรทุกทุกประเภทให้มีอักษร   ชป.   พร้อมเลขหมายประจำยานพาหนะเพิ่มไว้ที่ด้านหน้าและด้านหลังของยานพาหนะนั้นด้วยโดยให้มีขนาดตามความเหมาะสม

                                ตราเครื่องหมายและอักษร   “ ชป. ”  พร้อมเลขหมายประจำยานพาหนะให้ใช้สีขาว   เว้นแต่เมื่อใช้สีขาวมองเห็นไม่ชัดเจนให้ใช้สีอื่นแทน

                ข้อ 14.   ยานพาหนะทางบกให้ใช้สี   ดังนี้

-           รถนั่งและรถโดยสารเป็นสีสุภาพ

-           รถบรรทุก   รถลากจูง   รถพ่วง   รถบรรทุกติดปั้นจั่นเป็นสีส้ม

-           รถดับเพลิงเป็นสีแดง

-           รถพยาบาลเป็นสีขาว

-           รถที่ไม่สามารถจัดซื้อได้ตามสีดังกล่าว   ให้จัดซื้อตามสีมาตรฐานของผู้ผลิต

-           รถที่ได้จากการช่วยเหลือ   ให้คงสีเดิมจนกว่าจะพ่นสีใหม่

-           รถที่จะใช้สีอื่นให้ขออนุมัติจากอธิบดีเป็นแต่ละกรณี

                ข้อ 15.   ยานพาหนะทางน้ำทุกเลขหมายให้มีอักษรคำว่า   “ ชลประทาน ”  พร้อมเลขหมายประจำยานพาหนะไว้ที่ด้านนอกทั้งสองข้างโดยมีขนาดตามความเหมาะสม

                ข้อ 16.   ยานพาหนะทางน้ำให้ใช้สี   ดังนี้

-           เรือยนต์ตรวจการ   ตัวเรือสีขาว   เก๋งสีน้ำตาล

-           เรือใช้เครื่องติดท้าย   หรือเครื่องพาดท้าย   ตัวเรือสีเทา   หรือสีขาว

-           เรือบรรทุก   เรือยนต์ลากจูงและเรือยนต์อื่น   ตัวเรือสีเทา   เก๋งสีขาว

-           เรือที่จะใช้สีอื่นให้ขออนุมัติจากอธิบดีเป็นแต่ละกรณี

                ข้อ 17.   หน่วยงานเจ้าสังกัดใดมีเหตุและความจำเป็นซึ่งเห็นว่าการมีตราเครื่องหมายและอักษร   “ ชป. ” พร้อมเลขหมายประจำยานพาหนะไว้ที่ด้านนอกยานพาหนะอาจไม่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้หรือไม่เหมาะสมแก่การปฏิบัติงาน
ก็ให้หน่วยงานเจ้าสังกัดเสนอความจำเป็นเพื่อขออนุมัติปลัดกระทรวงขอยกเว้นตราเครื่องหมายและอักษร   “ ชป. ”  พร้อมเลขหมายประจำยานพาหนะ   เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงจะลบตราเครื่องหมายและอักษร   “ ชป. ”  พร้อมเลขหมายประจำยานพาหนะได้   แต่จะต้องพ่นอักษร   “ ชป. ”  พร้อมเลขหมายประจำยานพาหนะด้วยขนาดที่เหมาะสม   ไว้ภายในด้านหน้าของยานพาหนะนั้น

                ข้อ 18.   ยานพาหนะใดที่ได้รับยกเว้นการมีตราเครื่องหมายและอักษร   “ ชป. ”  พร้อมเลขหมายประจำยานพาหนะแล้ว   ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานควบคุมเก็บรวบรวมหลักฐานการอนุมัติแล้วแจ้งให้หน่วยงานเจ้าสังกัดทราบและทำบันทึกกรมชลประทาน  รายงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทราบ

                ข้อ 19.   หัวหน้าหน่วยงานทุกระดับต้องตรวจตรามิให้มีการลบตราเครื่องหมายและอักษร   “ ชป. ”  พร้อมเลขหมายประจำยานพาหนะซึ่งได้มีไว้แล้ว   หากมีการลบเลือนไปตามสภาพการใช้งาน   ต้องจัดให้มีใหม่ให้ชัดเจนอยู่เสมอ

                ข้อ 20.   ให้หน่วยงานควบคุมเป็นนายทะเบียนยานพาหนะของกรมฯ   ตลอดจนเป็นผู้กำหนดเลขหมายประจำยานพาหนะทั้งหมดของกรมชลประทาน

หมวด   4

การจัดหา   การขึ้นทะเบียน   การยืม   และการจ่ายโอนยานพาหนะ

                ข้อ 21.   ยานพาหนะที่จัดหาทางส่วนกลางของกรมชลประทานให้หน่วยงานควบคุมเป็นผู้ดำเนินการจดทะเบียนยานพาหนะ

                ข้อ 22.   ยานพาหนะที่จัดหาทางส่วนภูมิภาคให้หน่วยงานเจ้าสังกัดเป็นผู้ดำเนินการจดหรือขอรับใบอนุญาตใช้เรือแล้วส่งสำเนาคู่มือจดทะเบียนยานพาหนะหรือสำเนาใบอนุญาตใช้เรือนั้นให้หน่วยงานควบคุมภายใน   15   วัน   และเมื่อส่งคืนยานพาหนะเป็นยานพาหนะส่วนกลางประจำกรมให้ทำการโอนทะเบียนยานพาหนะไปให้หน่วยงานควบคุมรับโอนยานพาหนะเพื่อการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีหรือต่อใบอนุญาตใช้เรือ

                ข้อ 23. ให้หน่วยงานควบคุม   หน่วยงานเจ้าสังกัด   ควบคุมยานพาหนะทุกประเภทที่ได้ดำเนินการจัดหาให้เป็นไปตามหมวด   3.   ในระเบียบนี้

                ข้อ 24.   ให้หน่วยงานเจ้าสังกัดหรือหน่วยงาน   ทำการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี   ณ   สำนักงานผู้รับชำระภาษีตามกฎหมายหรือต่อใบอนุญาตใช้เรือ             

                ข้อ 25.   ให้หน่วยงานควบคุมหรือหน่วยงานเจ้าสังกัด   แจ้งขอเปลี่ยนแปลงสภาพยานพาหนะ (ตามข้อ 78.)   ต่อนายทะเบียนยานพาหนะ   ที่ได้ทำการจดทะเบียนไว้ให้ทันตามเวลาที่กฎหมายกำหนด

                ข้อ 26.   การยืมยานพาหนะภายในกรมชลประทาน   ให้ผู้อำนวยการสำนัก   ผู้อำนวยการกอง เป็นผู้พิจารณาอนุมัติ   มีกำหนดระยะเวลาครั้งละไม่เกิน   1   ปี   แต่ไม่ให้ข้ามปีงบประมาณ

                ข้อ 27.   การยืมยานพาหนะภายนอกกรมชลประทาน   ให้หน่วยงานเจ้าสังกัดทำรายงานการยืมเสนอขออนุมัติต่ออธิบดี   โดยผ่านหน่วยงานควบคุม

                ข้อ 28.   การจ่ายโอนยานพาหนะเข้าประจำหน่วยงานต่าง ๆ ของกรมชลประทานให้เป็นไปตามคำสั่งกรมชลประทาน   เรื่อง   การบริหารงานด้านพัสดุของกรมชลประทาน

                ข้อ 29.   ให้หน่วยงานเจ้าสังกัดและหน่วยงาน   จัดทำบัญชีแสดงหลักฐานการได้มาและการจำหน่ายจ่ายโอนยานพาหนะไว้เป็นหลักฐาน   ให้มีข้อความอย่างน้อยตามตัวอย่างแบบ   1 หรือ   แบบ   2   แนบท้ายระเบียบนี้

หมวด   5

การเก็บรักษา

                ข้อ 30.   การเก็บรักษารถประจำตำแหน่ง   ให้อยู่ในความควบคุมและรับผิดชอบของผู้ดำรงตำแหน่ง

                ข้อ 31.   การเก็บรักษายานพาหนะส่วนกลางประจำกรมหรือยานพาหนะส่วนกลางหน่วยงานให้เก็บรักษา ในสถานที่เก็บของหน่วยงาน   หรือในบริเวณสถานที่ปฏิบัติราชการของหน่วยงาน

                ข้อ 32.   หน่วยงานเจ้าสังกัดจะอนุญาตให้นำยานพาหนะส่วนกลางทุกชนิด   ไปเก็บที่อื่นเป็นการชั่วคราวหรือเป็นครั้งคราวได้ในกรณีต่อไปนี้   คือ

(1)      ในกรณีที่หน่วยงานไม่มีที่เก็บรักษาปลอดภัยเพียงพอ   หรือ

(2)      มีราชการจำเป็นและเร่งด่วนหรือการปฏิบัติราชการลับ

                                การอนุญาตให้นำยานพาหนะส่วนกลางไปเก็บรักษาที่อื่นเป็นการชั่วคราวอันเนื่องมาจากส่วนราชการไม่มีสถานที่ที่เก็บรักษาปลอดภัยเพียงพอ   ให้หัวหน้าหน่วยงานจัดทำรายงานขออนุญาต   พร้อมด้วยเหตุผลความจำเป็น
และรายละเอียดของสถานที่ที่จะนำรถส่วนกลางไปเก็บรักษา   ซึ่งแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีความปลอดภัยเพียงพอ   เสนอประกอบการพิจารณา

                                ยานพาหนะใดที่ได้รับอนุญาตแล้วให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานควบคุมเก็บรวบรวมหลักฐานการอนุญาตแล้วแจ้งให้หน่วยงานเจ้าสังกัดทราบและทำบันทึกกรมชลประทาน รายงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตร
ีและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทราบ

                ข้อ 33.   ในกรณีที่เกิดการสูญหายหรือเสียหายขึ้นกับยานพาหนะส่วนกลางในระหว่างการเก็บรักษาที่อื่นเป็นการชั่วคราว   ตามข้อ   32. ผู้เก็บรักษาต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทางราชการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี   ว่าด้วยรถราชการ

หมวด   6

ผู้ขับขี่ยานพาหนะ

                ข้อ 34.   ผู้ขับขี่ยานพาหนะต้องเป็นบุคคลที่จ้างไว้ในตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์   หรือ   ตำแหน่งนายท้ายเรือ   หรือผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานด้านช่างกล

                ข้อ 35.   พนักงานขับรถยนต์ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า   25   ปีในวันรับสมัคร

                ข้อ 36.   พนักงานขับรถยนต์   หรือนายท้ายเรือจะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ยานพาหนะตามประเภทหรือขนาดของยานพาหนะตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบกหรือพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกหรือพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย

                ข้อ 37. หน่วยงานใด   หากขาดแคลนอัตรากำลังผู้ขับขี่ยานพาหนะเป็นการชั่วคราว   และ / หรือ   มีความจำเป็นจะต้องใช้ข้าราชการตำแหน่งอื่นในสังกัดเป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะนั้น ๆ   ให้หัวหน้าหน่วยงานเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรซึ่งมีใบอนุญาตขับขี่   เพื่อขออนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ   ผู้อำนวยการสำนัก   ผู้อำนวยการกอง   โดยมีกำหนดเวลาตามความจำเป็น   แต่ไม่เกินครั้งละ   1   ปี

                ข้อ 38.   หน่วยงานใดมีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติการตรวจสภาพหรือการซ่อมยานพาหนะ   ให้หัวหน้าหน่วยงานเสนอชื่อผู้ที่ทำหน้าที่ซึ่งจำเป็นต้องขับขี่และมีใบอนุญาตขับขี่และมีใบอนุญาตขับขี่ตามประเภทยานพาหนะเพื่อขออนุมัต
ิการขับขี่เป็นลายลักษณ์อักษรต่อ   ผู้อำนวยการสำนัก   ผู้อำนวยการกอง   โดยมีกำหนดเวลาตามความจำเป็น

                ข้อ 39.   ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างชั่วคราว ผู้มีใบอนุญาตขับขี่ตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบกและได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนัก   ผู้อำนวยการกอง   หน่วยงานเจ้าสังกัด   การขออนุมัติให้หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้เสนอชื่อโดยมีกำหนดเวลาตามความจำเป็น

                ข้อ 4 0 .   ยานพาหนะประเภทใดหากพิจารณาเห็นว่าไม่มีความจำเป็นจะต้องมีผู้ขับขี่เป็นประจำก็ให้หัวหน้าหน่วยงานผู้ควบคุมยานพาหนะเสนอรายชื่อข้าราชการในสังกัดซึ่งจะเป็นผู้ใช้ยานพาหนะให้เป็นผู้ขับขี่โดยปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ 3 7 .

                ข้อ 4 1 .   ข้าราชการผู้ได้รับการอนุมัติขับขี่ยานพาหนะ   จะต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบเช่นเดียวกับตำแหน่งผู้ขับขี่ยานพาหนะ

 

หมวด   7

การใช้ยานพาหนะ

                ข้อ 4 2 .   ยานพาหนะของกรมชลประทาน   มีไว้เพื่อใช้ในราชการเท่านั้น

                ข้อ 4 3 .   ให้หน่วยงานจัดเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาและจัดจ่ายยานพาหนะออกไปปฏิบัติงานประจำวัน

                ข้อ 4 4 .   รถประจำตำแหน่งให้ใช้ในการปฏิบัติราชการในตำแหน่งหน้าที่หรือที่ได้รับมอบหมายโดยชอบ   หรืองานที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับงานในตำแหน่งหน้าที่หรือฐานะที่ดำรงตำแหน่งนั้น   รวมตลอดถึงเดินทางไปกลับระหว่างที่พักและสำนักงาน   และเพื่อการอื่นที่จำเป็นและเหมาะสมแก่การดำรงตำแหน่งหน้าที่ในหมู่ข้าราชการและสังคม

                                 ห้ามผู้มีสิทธิได้รับรถประจำตำแหน่ง   นำรถส่วนกลางไปใช้อีก   เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเฉพาะคราว ทั้งนี้   ให้ระบุเหตุผลความจำเป็นที่ต้องใช้รถส่วนกลางไว้ด้วย

                ข้อ 4 5 .   ผู้ใช้รถประจำตำแหน่งต้องคืนรถให้แก่กรมชลประทานภายในกำหนด   30   วัน   นับแต่วันที่ได้พ้นจากตำแหน่งหรือส่งมอบงานแล้วแต่กรณี

                                 กรณีที่ผู้ใช้รถประจำตำแหน่งถึงแก่กรรม   ให้อธิบดีเรียกรถประจำตำแหน่งคืนหากอธิบดีเห็นว่ามีเหตุผลสมควรจะผ่อนผันให้ส่งคืนรถประจำตำแหน่งเกินกำหนดเวลาดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ก็ให้กระทำได้ตามควรแก่พฤติการณ
์แต่ต้องไม่เกินกว่า   60   วันนับจากวันถึงแก่กรรม

                ข้อ 4 6 .   ข้าราชการจะใช้ยานพาหนะส่วนกลาง   จะต้องทำเรื่องขอใช้ยานพาหนะต่อหัวหน้าหน่วยงานผู้ควบคุมยานพาหนะให้มีข้อความอย่างน้อยตามตัวอย่างแบบ   3   แนบท้ายระเบียบนี้

                ข้อ 4 7 .   หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้สั่งการหรืออนุมัติให้ผู้ขับขี่นำยานพาหนะส่วนกลางของหน่วยงานนั้นออกไปใช้งานเป็นลายลักษณ์อักษรตามคำขอของข้าราชการภายในหน่วยงาน   หรือคำขอจากหน่วยงานอื่นโดยผ่านความเห็นชอบของผู้อำนวยการสำนัก   ผู้อำนวยการกองหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายของหน่วยงานนั้น ๆ

                ข้อ 48 .   ให้หน่วยงานจัดให้มีสมุดบันทึกการใช้ยานพาหนะส่วนกลางประจำกรม   ยานพาหนะส่วนกลาง หน่วยงาน   ประจำยานพาหนะแต่ละคัน   รายการบันทึกแตกต่างกันไปตามประเภทยานพาหนะ อย่างน้อยให้มีข้อความตามแบบ   4  แนบท้ายนี้   หน่วยงานต้องควบคุมพนักงานขับรถให้ลงรายการใช้ตามความเป็นจริง

หมวด   8

อำนาจสั่งการอนุญาตใช้ยานพาหนะ

                ข้อ 49 .   ให้หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้อนุญาตการใช้ยานพาหนะเพื่อใช้ราชการภายในเขตปฏิบัติงานของหน่วยงานนั้น   และอนุญาตใช้ยานพาหนะมาติดต่อราชการกรมชลประทานในกรณีเร่งด่วน   และรายงานให้ผู้อำนวยการสำนัก   ผู้อำนวยการกองทราบ

                ข้อ 5 0 .   ให้ผู้อำนวยการสำนัก   ผู้อำนวยการกอง   เป็นผู้อนุญาตการใช้ยานพาหนะเพื่อใช้ในราชการทั่วประเทศ

                                อำนาจในการพิจารณาอนุญาตการใช้ยานพาหนะเพื่อใช้ราชการทั่วประเทศที่ได้มอบไว้นี้   หากผู้รับมอบอำนาจเห็นสมควรมอบอำนาจอนุญาตการใช้ยานพาหนะเพื่อใช้ราชการทั่วประเทศต่อไปอีก   เพื่อแบ่งเบาภาระหน้าที่และ
เพื่อความคล่องตัวในการทำงานก็ให้กระทำได้โดยอยู่ในดุลยพินิจ   โดยมอบอำนาจต่อได้เป็นลายลักษณ์อักษรเฉพาะแต่ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการส่วน   ผู้อำนวยการโครงการหรือหัวหน้าโครงการ

                ข้อ 5 1 .   หัวหน้าหน่วยงานผู้อนุญาตใช้ยานพาหนะเพื่อปฏิบัติราชการให้ใช้ดุลยพินิจในการสั่งการอนุญาตให้เป็นไปอย่างประหยัดและปลอดภัย

                ข้อ 5 2 .   ให้ผู้อำนวยการสำนัก   ผู้อำนวยการหน่วยงานควบคุม   มีอำนาจสั่งการใช้ยานพาหนะในสังกัดไปช่วยปฏิบัติงานอื่นเกี่ยวกับความมั่นคงและความปลอดภัยของชาติซึ่งเป็นงานเร่งด่วนหรือเป็นความลับในทางราชการตามคำขอจากหน่วยงาน ของส่วนราชการอื่นได้ ้้แทนอธิบดีแล้วรายงานให้กรมชลประทานทราบ

                ข้อ 5 3 .   การอนุญาตให้ใช้ยานพาหนะนอกเวลาราชการ   ให้ผู้มีอำนาจสั่งการใช้ดุลยพินิจตามความจำเป็น

                ข้อ 5 4 .   การใช้ยานพาหนะนอกเหนือจากนี้ต้องขออนุมัติอธิบดีเป็นกรณีไป

หมวด   9

การใช้ยานพาหนะส่วนตัวเดินทางไปราชการ

                ข้อ 5 5 .   การใช้ยานพาหนะส่วนตัวเดินทางไปราชการ   ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีก่อน   การขออนุญาตให้ขอตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการและประหยัด

                ข้อ 5 6 .   การขออนุญาตแต่ละครั้ง   ให้กำหนด   ประเภท   ขนาดและหมายเลขทะเบียนยานพาหนะ   ผ่าน      หัวหน้าหน่วยงาน   พร้อมทั้งกำหนดเส้นทางการเดินทางโดยให้เป็นระยะทางที่สะดวก   ปลอดภัยและสั้นที่สุด   ตามแบบ   10   แนบท้ายระเบียบนี้   โดยปฏิบัติตามคำสั่งกรมชลประทานเรื่อง   การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

หมวด   10

การเช่ายานพาหนะ

                ข้อ 57 .   หน่วยงานใดมีความจำเป็นต้องมียานพาหนะใช้ปฏิบัติราชการตามภาระหน้าที่   เมื่อไม่ได้รับงบประมาณให้จัดซื้อ   ก็ให้ตั้งงบประมาณค่าเช่ายานพาหนะไว้ในงบประมาณแผ่นดินหรือเงินกู้

                ข้อ 58 .   การขอเช่ายานพาหนะ   ให้กำหนดประเภท   ขนาดของยานพาหนะพร้อมราคาและเงื่อนไขการเช่าโดยผ่านหน่วยงานควบคุมให้ความเห็นชอบ

                ข้อ 59 .   วิธีการเช่ายานพาหนะ   และ/หรือ   การจ้างพนักงานขับขี่   ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ   พ.ศ.   2535   และที่แก้ไขเพิ่มเติม

                ข้อ 6 0 .   การใช้ยานพาหนะเช่า   ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาเช่าและระเบียบฉบับนี้

หมวด   11

ยานพาหนะเอกชน

                ข้อ 6 1 .   ยานพาหนะเอกชนที่ที่ปรึกษาหรือผู้รับเหมาจัดให้กรมฯในฐานะผู้ว่าจ้างใช้ในการปฏิบัติงานให้อยู่ในความควบคุมของหน่วยงาน   โดยให้นำความในข้อ 5, ข้อ 43, ข้อ 49, และข้อ 51  ตามระเบียบนี้   มาใช้บังคับโดยอนุโลม  

หมวด   12

หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ขับขี่ยานพาหนะ

                ข้อ 6 2 .   ผู้ขับขี่ยานพาหนะ   มีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งการโดยชอบ

                ข้อ 6 3 .   ผู้ขับขี่ยานพาหนะ   จะต้องรับผิดชอบต่อยานพาหนะที่ได้รับมอบหมายให้ทำการขับขี่

                ข้อ 6 4 .   ผู้ขับขี่ยานพาหนะ   จะนำยานพาหนะส่วนกลางออกไปปฏิบัติงานหรือยินยอมให้ผู้อื่นทำการขับขี่ยานพาหนะที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเอง   จะต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงาน

                ข้อ 6 5 .   ผู้ขับขี่ยานพาหนะ   จะต้องนำยานพาหนะเข้าจอดเก็บในสถานที่จอดเก็บทันที่เมื่อปฏิบัติงานเสร็จสิ้นแล้วห้ามนำไปจอดเก็บที่อื่น

                ข้อ 66 .   ผู้ขับขี่ยานพานะจะต้องดูแลความสะอาดและบำรุงรักษายานพาหนะประจำวัน   ตลอดจนบันทึกการใช้ยานพาหนะตามความเป็นจริงทุกครั้งที่ปฏิบัติงานขับขี่ยานพาหนะ

                ข้อ 67 .   ผู้ขับขี่ยานพาหนะ   จะต้องไม่เสพสุราของมึนเมา   ยาเสพติดและยาประเภทระงับหรือบีบประสาทในระหว่างปฏิบัติหน้าที่

หมวด   13

การเบิกจ่ายเชื้อเพลิงและหล่อลื่น

                ข้อ 68 .   ผู้ใช้รถประจำตำแหน่งเป็นผู้จ่ายค่าเชื้อเพลิงเอง   ในกรณีที่นำรถไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งนอกเหนือจากหน้าที่ปกติประจำให้เบิกจ่ายเชื้อเพลิงได้   ทั้งนี้อธิบดีต้องรับรองทุกครั้งว่าได้มีการนำ
รถประจำตำแหน่งไปใช้ในกรณีดังกล่าวจริง

                ข้อ 69 .    การเบิกจ่ายเชื้อเพลิงและหล่อลื่นสำหรับยานพาหนะส่วนกลางให้เป็นไปตามงบประมาณของหน่วยงานเจ้าสังกัดที่ได้ตั้งไว้เพื่อการนี้

                ข้อ 7 0 .   การเบิกจ่ายเชื้อเพลิงและหล่อลื่นสำหรับใช้งานประจำของยานพาหนะให้อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานผู้ควบคุมคุมยานพาหนะ

                ข้อ 7 1 .   ในแต่ละปีงบประมาณให้หน่วยงานสำรวจเกณฑ์การใช้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของยานพาหนะแต่ละเลขหมายประจำยานพาหนะเพื่อเป็นมาตรฐานการเบิกจ่ายและการตรวจสอบ   ให้มีข้อความอย่างน้อยตามตัวอย่างแบบ   7   แนบท้ายระเบียบนี้

หมวด   14

การซ่อมยานพาหนะ

                ข้อ 7 2 . ให้หน่วยงานควบคุมมีหน้าที่รับผิดชอบซ่อมบำรุงรถประจำตำแหน่ง

                ข้อ 7 3 .   การบำรุงรักษายานพาหนะประจำวันและตามระยะเวลาให้ทุกหน่วยงานจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาให้เป็นไปตามข้อกำหนดแต่ละประเภทยานพาหนะนั้น ๆ

                ข้อ 7 4 .   เมื่อยานพาหนะเกิดชำรุดเนื่องจากการใช้งานตามปกติให้หน่วยงานซ่อมแซมให้ใช้การได้ดี   เช่นเดิมพร้อมที่จะปฏิบัติงานอยู่เสมอ

                ข้อ 7 5 .   การซ่อมบำรุงและการซ่อมแซมยานพาหนะส่วนกลางซึ่งชำรุดจากการใช้งานตามปกติให้เป็นไปตามงบประมาณของหน่วยงานเจ้าสังกัดที่ตั้งไว้เพื่อการนี้

                ข้อ 76 .   การเบิกจ่ายค่าซ่อมบำรุงและค่าซ่อมแซมยานพาหนะซึ่งชำรุดเนื่องจากการใช้งานตามปกติ   ให้อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงาน   ตามความเป็นจริง

                ข้อ 77 .   ทุกครั้งที่มีการซ่อมบำรุงและซ่อมแซมยานพาหนะ   ให้มีการบันทึกรายละเอียดตลอดจนค่าใช้จ่ายไว้ในสมุดประจำแต่ละหมายเลขประจำยานพาหนะให้มีข้อความอย่างน้อยตามตัวอย่างแบบ   6   แนบท้ายระเบียบนี้

                ข้อ 78 .   หน่วยงานเจ้าสังกัดที่ต้องการเปลี่ยนเครื่องยนต์และลักษณะยานพาหนะ   ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีผ่านหน่วยงานควบคุม   กองแผนงาน   เมื่ออธิบดีให้ความเห็นชอบแล้ว   ให้กองแผนงานดำเนินการ
ขอตั้งงบประมาณต่อไป

หมวด   15

การตรวจสภาพยานพาหนะ

                ข้อ 79 .   ให้หน่วยงานควบคุมหรือหน่วยงานเจ้าสังกัดเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบและดูแลสภาพรถราชการ   มิให้มีมลพิษทางอากาศ   และระดับเสียงจากท่อไอเสียเกินระดับมาตรฐานที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมกำหนด

                                ให้ตรวจสอบมลพิษของรถราชการทุกระยะ   6   เดือน   หรือทุกระยะทาง   15 , 000   กิโลเมตร   แล้วแต่จะถึงกำหนดอย่างก่อน   และภายหลังการซ่อมบำรุงที่เกี่ยวกับการทำงานของเครื่องยนต์ทุกครั้ง   เมื่อพบว่ารถคันใดมีมลพิษเกินระดับมาตรฐาน   ให้ดำเนินการแก้ไขซ่อมบำรุงหรือปรับแต่งสภาพเครื่องยนต์ไห้ดีทันที

                 ข้อ 80 .   ให้หน่วยงานเจ้าสังกัดรายงานผลดำเนินงานให้หน่วยงานควบคุมทราบทุกครั้งที่ได้ดำเนินการไปตามตัวอย่างแบบ   9   แนบท้ายระเบียบนี้   และให้หน่วยงานควบคุมรายงานผลการดำเนินการ
ให้กรมชลประทานทราบ   เพื่อรายงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม   ภายในเดือนธันวาคมของทุกปี

                 ข้อ 81 .   ให้หน่วยงานควบคุมหรือหน่วยงานของส่วนเครื่องจักรกล   สำนักชลประทานหรือหน่วยงานของส่วนเครื่องจักรกล   สำนักโครงการขนาดใหญ่   เป็นหน่วยงานตรวจสภาพยานพาหนะ

หมวด   16

การรายงาน

                ข้อ 8 2 .   ให้หน่วยงานเจ้าสังกัดรวบรวมรายงานผลการใช้   การซ่อมบำรุงและสภาพของยานพาหนะแต่ละเลขหมาย   รวมทั้งยานพาหนะเช่าของหน่วยงานในสังกัดให้มีข้อความอย่างน้อยตามตัวอย่างแบบ   8   แนบท้ายระเบียบนี้ส่งให้หน่วยงานควบคุมเป็นรายเดือนภายในวันที่   15   ของเดือนถัดไป

หมวด   17

การดำเนินการเมื่อยานพาหนะเกิดอุบัติเหตุ

                ข้อ 8 3 .   เมื่อเกิดความสูญหายหรือเสียหายขึ้นกับรถประจำตำแหน่งผู้ใช้รถประจำตำแหน่งต้องรีบรายงานให้อธิบดีทราบทันที   กรณีที่ไม่ได้ใช้รถเองหรือไม่สามารถที่จะรายงานเองได้   ให้พนักงานผู้ขับขี่รีบรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงอธิบดี

                                กรณีตามวรรคแรก   เมื่อเกิดขึ้นกับยานพาหนะส่วนกลางต่าง ๆ   ให้ผู้ขับขี่รีบรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงอธิบดีทราบทันที

                                การรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับนั้น   ให้รายงานตามตัวอย่างแบบ   5   แนบท้ายระเบียบนี้

                ข้อ 8 4 .   ผู้ใช้รถประจำตำแหน่งต้องรับผิดชอบในกรณีที่รถประจำตำแหน่งสูญหายตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี   ว่าด้วยรถราชการ

                ข้อ 8 5 .   หากยานพาหนะส่วนกลางหน่วยงานต่าง ๆ   เกิดอุบัติเหตุให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะหรือผู้มีหน้าที่ร่วมรับผิดชอบยานพาหนะซึ่งได้แก่   ผู้ขอใช้ยานพาหนะที่ร่วมเดินทางปฏิบัติงาน   หัวหน้าหน่วยงานหรือ
ผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุมยานพาหนะของหน่วยงาน   แล้วแต่กรณีแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

                                หากมีความเสียหายต่อชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน   ห้ามเคลื่อนย้ายยานพาหนะไปจากที่เกิดเหตุจนกว่าพนักงานสอบสวนมาดำเนินการ

                                ห้ามผู้ขับขี่ยานพาหนะหรือผู้มีหน้าที่ร่วมรับผิดชอบ   ทำความตกลงยอมความหรือทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับคู่กรณี   โดยที่สาเหตุอุบัติเหตุนั้นยังไม่ชัดแจ้งว่าเกิดจากฝ่ายใด   เว้นแต่เป็นความผิดชัดเจนของผู้ขับขี่ยานพาหนะของกรมชลประทาน

                                หากยานพาหนะเสียหายจากอุบัติเหตุและกีดขวางการจราจร   ให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะหรือผู้ร่วมรับผิดชอบติดตั้งเครื่องหมายหรืออุปกรณ์ใดๆเพื่อเตือนผู้ขับขี่ยานพาหนะอื่นไว้บนผิวการจราจรทางด้านหน้า
และด้านหลังของบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุ   ในระยะห่างจากยานพาหนะพอสมควร

                ข้อ 86 .   ให้หน่วยงานรายงานสาเหตุและความเสียหายเบื้องต้นต่ออธิบดีโดยด่วน   ทั้งสำเนารายงานให้หน่วยงานควบคุมทราบด้วย

                                การายงานโดยละเอียดให้รายงานตามลำดับผู้บังคับบัญชา   แบบรายงานให้ข้อความอย่างน้อยตามตัวอย่างแบบ   5   แนบท้ายระเบียบนี้

                ข้อ 87.   ให้ผู้อำนวยการสำนัก   ผู้อำนวยการกอง   หน่วยงานเจ้าสังกัด   มีหน้าที่เสนอรายชื่อผู้ที่เห็นสมควรร่วมเป็นกรรมการสอบสวนให้กองกฎหมายและที่ดิน   ดำเนินการตามข้อ   88.

                ข้อ 88.   ให้กองกฎหมายและที่ดิน   ดำเนินการขออนุมัติแต่งตั้งกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงและผู้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายของยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุ   และดำเนินการตามขั้นตอนตามระเบียบแบบแผน
ของทางราชการต่อไป

                ข้อ 89.   ในระหว่างที่ดำเนินการหาผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับยานพาหนะดังกล่าว   หากหน่วยงานเห็นว่ามีความจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะคันนั้น   ให้เสนออธิบดีอนุมัติซ่อม   โดยเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณไปก่อน  

                                การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง   ให้นำกฏหมาย   ระเบียบ   และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวมาใช้บังคับตามระเบียบนี้ด้วย

หมวด   18

การจำหน่ายยานพาหนะ

                ข้อ 90.   ยานพาหนะที่มีอายุการใช้งานมานานหรือสภาพชำรุดมากหากจะซ่อมแซมให้มีสภาพดีแต่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายสูงไม่คุ้มค่า   ให้ดำเนินการขอจำหน่ายบัญชีทรัพย์สินตามคำสั่งกรมชลประทานเรื่อง   การบริหารงานด้านพัสดุ

                                รถประจำตำแหน่ง   ซึ่งมีอายุการใช้งานมาแล้วไม่น้อยกว่า   6   ปี   และรถส่วนกลางซึ่งมีอายุการใช้งานมาแล้วไม่น้อยกว่า   5   ปี   ให้ถือเป็นเกณฑ์ที่จะพิจารณาจัดหารถคันใหม่ทดแทนคันเก่าได้

                ข้อ 91.   ยานพาหนะซึ่งจะจำหน่ายบัญชีหากหน่วยงานเห็นว่าควรจะเก็บชิ้นส่วนที่สำคัญยังใช้ได้ไว้เป็นอะไหล่สำหรับซ่อมยานพาหนะเลขหมายอื่น ๆ   ที่ยังใช้อยู่   ให้หัวหน้าหน่วยงานอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการ
อย่างน้อย   3   คน   พิจารณาทำรายการชิ้นส่วนที่จำเป็นนั้นเพื่อขออนุมัติถอดเก็บขึ้นบัญชีเอาไว้ใช้งานต่อไป

                ข้อ 92.   เมื่อการจำหน่ายบัญชีทรัพย์สินยานพาหนะเรียบร้อยแล้วให้หน่วยงานเจ้าสังกัดส่งแผ่นป้ายเลขทะเบียนยานพาหนะเฉพาะที่ได้จดทะเบียนไว้ทางส่วนกลางคืนหน่วยงานควบคุม

                ข้อ 93.   ยานพาหนะซึ่งได้รับอนุมัติให้จำหน่ายบัญชีทรัพย์สินแล้วให้หน่วยงานเจ้าสังกัดแจ้งหน่วยงานควบคุมทราบเพื่อการควบคุมยานพาหนะให้เป็นปัจจุบัน

                ข้อ 94.   ยานพาหนะที่ได้รับอนุมัติให้จำหน่ายบัญชีทรัพย์สินแล้วให้ดำเนินการเกี่ยวกับซากยานพาหนะตามคำสั่งกรมชลประทานเรื่อง   การบริหารงานด้านพัสดุของกรมชลประทาน

ประกาศ ณ วันที่   1   มีนาคม   พ.ศ.2547

(นายสามารถ   โชคคณาพิทักษ์)

อธิอบดีกรมชลประทาน

116y home

หมายเลขโทรศพทภายใน สชป

 

ลิงค์อื่นๆ


 

 

 

พยากรณ์อากาศ

Copyright © 2012. All Rights Reserved.

ส่วนเครื่องจักรกล สำนักงานชลประทานที่ 7

3 ถ.แจ้งสนิท ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000 โทร. 045-245320-506 Fax. 045-262561 , 045-245322